ประสบการณ์ด้านจริยธรรม คุณธรรม

Jul. 29, 2015

นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ มีจุดมุ่งหมายและเป้าหมายหลัก คือ การพัฒนาคนให้พออยู่พอกิน และพึ่งตนเองได้โดยยึดหลักการดำเนินการทางสายกลางเป็นขั้นเป็นตอนบนพื้นฐานของความสมดุลพอดีในทุกภาคส่วน มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมตามวิถีแห่งธรรมชาติด้วยความเรียบง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติโดยหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นหลักการที่กรมการปกครองได้น้อมนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานเพื่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนชาวไทยโดยมีหลักการทรงงานที่สำคัญ คือ

หนึ่ง ” ต้องระเบิดจากข้างใน”  ดังนั้นเมื่อข้าราชการที่ไปทำประชาคมกับประชาชน ขอให้ประชาชนได้ให้ความสนใจและศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดีและกลั่นกรองปัญหาต่างๆเพื่อให้ทราบความต้องการที่แท้จริงแล้วเสนอให้ภาคราชการนำไปแก้ไข และต้องมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายด้วย

สอง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ขอให้น้อมนำมาใช้ทั้งในระดับครอบครัว ระดับชุมชน ซึ่งจะเน้นที่ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน โดยอาศัยความรู้และความมีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ดังนั้นโครงการต่างๆ จะต้องเหมาะสม พอดีกับแต่ละชุมชน โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับภูมิศาสตร์ ภูมิสังคมของชุมชนนั้นๆ

สาม "ทำตามลำดับขั้น" ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อนใช้วิธีการละอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป…”


สี่ "ภูมิสังคม" การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่า เป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน


ห้า "การมีส่วนร่วม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของสาธารณชน


หก "การพึ่งตนเอง" ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “…การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป…

ประโยชน์สุขเกิดแก่ประชาชน ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

“โครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่าน” เป็นโครงการที่กรมการปกครองดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านประกอบด้วย 2 อำเภอได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

ด้วยอำเภอบ่อเกลือ และ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่เป้าหมายหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเลือกด้วยทรงตระหนักถึงสภาพป่าที่เสื่อมโทรมและถูกทำลายอย่างรวดเร็ว และยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำน่านประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้ราษฎรขาดโอกาสทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม 

ในส่วนโครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่าน กรมการปกครองสนับสนุนงบประมาณดำเนินการรวม 4.5 ล้านบาท แบ่งเป็น อำเภอบ่อเกลือ งบประมาณ 3 ล้านบาท และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ งบประมาณ 1.5 ลา้ นบาท เพื่อดำเนินการตามแผนภูฟ้าพัฒนา ใน 4 ด้าน คือ การพัฒนาเด็กและเยาวชน การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการศึกษาและสุขภาพอนามัย

ทั้งนี้ นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การดำเนินการได้มีการจัดตั้งคณะทำงานฯ เพื่อขับ
เคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับอำเภอ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำโครงการพร้อมแผนปฏิบัติการฯ

พร้อมกันนี้มีการจัดเวทีประชาคมเตรียมความพร้อมของประชาชน โดยแจ้งแนวทางวิธีการดำเนินงาน สร้างจิตสำนึกกระบวนการมีส่วนรวม ร่วมคิด ร่วมทำ และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และในการดำเนินการนั้น ทางอำเภอเป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้าน


สำหรับโครงการที่ดำเนินการ อาทิ โครงการสร้างป่าสร้างรายได้อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 4 ตำบล 20 หมู่บ้าน 460 ราย โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการได้แก่ การสร้างความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกให้กับราษฎรในการดูแลอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและปลูกป่าและสนับสนุนกล้าไม้ในการปลูกป่า รวมถึงการตั้งกฎกติกาในการดูแลรักษาป่า

โครงการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพภาคเกษตรที่สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติอำเภอบ่อเกลือ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างประโยชน์ จำนวน 53 ครัวเรือน พื้นที่ 305 ไร่


โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และติดตามผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการประกอบด้วย กลุ่มผู้ป่วย 20 ราย ประชาชน 600 ราย และกลุ่มสหวิชาการ (อสม.) 171 ราย จากกิจกรรมการจัดทำทะเบียนการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือและการติดตามเยี่ยมบ้านเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงการจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา การช่วยเหลือตัวเองด้วยการบำบัด เป็นต้น


โครงการปรับปรุงโรงสีข้าวพระราชทานและธนาคารข้าว เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน จำนวน 452 ราย จากกิจกรรมการซ่อมแซมโรงสีข้าว และการปรับปรุงเครื่องสีข้าวพระราชทาน 

การพัฒนาตามโครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่านจึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวเพื่อการพัฒนาที่กรมการปกครองได้ดำเนินการ สนองพระราชปณิธานของพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การสร้างความอยู่ดีกินดีในพื้นที่จังหวัดน่านแห่งนี้

คัดย่อจาก : @AMPHOE DOPA MAGAZINE : ดูเพิ่มเติมได้ที่  http://www.dopa.go.th/amphoe

Jul. 11, 2015

นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ มีจุดมุ่งหมายและเป้าหมายหลัก คือ การพัฒนาคนให้พออยู่พอกิน และพึ่งตนเองได้โดยยึดหลักการดำเนินการทางสายกลางเป็นขั้นเป็นตอนบนพื้นฐานของความสมดุลพอดีในทุกภาคส่วน มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมตามวิถีแห่งธรรมชาติด้วยความเรียบง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติโดยหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นหลักการที่กรมการปกครองได้น้อมนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานเพื่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนชาวไทยโดยมีหลักการทรงงานที่สำคัญ คือ

หนึ่ง ” ต้องระเบิดจากข้างใน”  ดังนั้นเมื่อข้าราชการที่ไปทำประชาคมกับประชาชน ขอให้ประชาชนได้ให้ความสนใจและศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดีและกลั่นกรองปัญหาต่างๆเพื่อให้ทราบความต้องการที่แท้จริงแล้วเสนอให้ภาคราชการนำไปแก้ไข และต้องมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายด้วย

สองปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ขอให้น้อมนำมาใช้ทั้งในระดับครอบครัว ระดับชุมชน ซึ่งจะเน้นที่ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน โดยอาศัยความรู้และความมีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ดังนั้นโครงการต่างๆ จะต้องเหมาะสม พอดีกับแต่ละชุมชน โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับภูมิศาสตร์ ภูมิสังคมของชุมชนนั้นๆ

สาม "ทำตามลำดับขั้น" ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อนใช้วิธีการละอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป…”


สี่ "ภูมิสังคม" การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่า เป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน


ห้า "การมีส่วนร่วม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของสาธารณชน


หก "การพึ่งตนเอง" ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “…การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป…

ประโยชน์สุขเกิดแก่ประชาชน ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

“โครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่าน” เป็นโครงการที่กรมการปกครองดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านประกอบด้วย 2 อำเภอได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

ด้วยอำเภอบ่อเกลือ และ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่เป้าหมายหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเลือกด้วยทรงตระหนักถึงสภาพป่าที่เสื่อมโทรมและถูกทำลายอย่างรวดเร็ว และยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำน่านประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้ราษฎรขาดโอกาสทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม 

ในส่วนโครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่าน กรมการปกครองสนับสนุนงบประมาณดำเนินการรวม 4.5 ล้านบาท แบ่งเป็น อำเภอบ่อเกลือ งบประมาณ 3 ล้านบาท และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ งบประมาณ 1.5 ลา้ นบาท เพื่อดำเนินการตามแผนภูฟ้าพัฒนา ใน 4 ด้าน คือ การพัฒนาเด็กและเยาวชน การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการศึกษาและสุขภาพอนามัย

ทั้งนี้ นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การดำเนินการได้มีการจัดตั้งคณะทำงานฯ เพื่อขับ
เคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับอำเภอ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำโครงการพร้อมแผนปฏิบัติการฯ

พร้อมกันนี้มีการจัดเวทีประชาคมเตรียมความพร้อมของประชาชน โดยแจ้งแนวทางวิธีการดำเนินงาน สร้างจิตสำนึกกระบวนการมีส่วนรวม ร่วมคิด ร่วมทำ และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และในการดำเนินการนั้น ทางอำเภอเป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้าน


สำหรับโครงการที่ดำเนินการ อาทิ โครงการสร้างป่าสร้างรายได้อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 4 ตำบล 20 หมู่บ้าน 460 ราย โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการได้แก่ การสร้างความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกให้กับราษฎรในการดูแลอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและปลูกป่าและสนับสนุนกล้าไม้ในการปลูกป่า รวมถึงการตั้งกฎกติกาในการดูแลรักษาป่า

โครงการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพภาคเกษตรที่สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติอำเภอบ่อเกลือ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างประโยชน์ จำนวน 53 ครัวเรือน พื้นที่ 305 ไร่


โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และติดตามผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการประกอบด้วย กลุ่มผู้ป่วย 20 ราย ประชาชน 600 ราย และกลุ่มสหวิชาการ (อสม.) 171 ราย จากกิจกรรมการจัดทำทะเบียนการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือและการติดตามเยี่ยมบ้านเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงการจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา การช่วยเหลือตัวเองด้วยการบำบัด เป็นต้น


โครงการปรับปรุงโรงสีข้าวพระราชทานและธนาคารข้าว เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน จำนวน 452 ราย จากกิจกรรมการซ่อมแซมโรงสีข้าว และการปรับปรุงเครื่องสีข้าวพระราชทาน 

การพัฒนาตามโครงการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณพ.ศ.2558 ภายใต้แผนภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่านจึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวเพื่อการพัฒนาที่กรมการปกครองได้ดำเนินการ สนองพระราชปณิธานของพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การสร้างความอยู่ดีกินดีในพื้นที่จังหวัดน่านแห่งนี้

คัดย่อจาก : @AMPHOE DOPA MAGAZINE : ดูเพิ่มเติมได้ที่  http://www.dopa.go.th/amphoe

Jul. 10, 2015

นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง

Jul. 9, 2015

ก่อนไปรับ ราชการ ทำงานหลวง
แม่เป็นห่วง กลัวลูกชาย ทำขายหน้า
เฝ้าพร่ำสอน เสียนัก ก่อนจากมา
เกรงกิเลส ตัณหา มันพาไป
แม้ว่าแม่ คนจน คนบ้านนอก
เคยช้ำชอก แสนเข็ญ ดั่งเป็นไพร่
เจ้าได้ดี วันหน้า อย่าเริงใจ
อย่าหลงใหล ลืมเงา ว่าเราจน
อย่าหยิ่งดื้อ ถือดี ว่ามีเกียรติ
คนจะเหยียด หยันได้ ไม่เป็นผล
อย่าแบ่งชั้น ให้ต่าง ระหว่างชน
ให้พลีตน เพื่อชาติใช้ ไม่เป็นพาล
อย่าริอ่าน โกงกิน สินบนราษฎร์
เงินของชาติ อย่าเอา ไปเผาผลาญ
คนที่รวย ด้วยอำนาจ ราชการ
อยู่ไม่นาน ก็ยับ ด้วยอัปรีย์
คนเขาจะ จริงใจ นบไหว้เจ้า
ใช่เพราะเอา ยศใหญ่ ไปข่มขี่
ราษฎร์จะรัก ศรัทธา บารมี
ก็ด้วยดี ที่เจ้าทำ จงจำไว้
จะกินอยู่ รู้ประมาณ การประหยัด
ถึงอึดอัด ขัดสน ทนไม่ไหว
ก็อย่าโกง ให้เสนียด มันเสียดใจ
รีบกลับไป บ้านเรา มีข้าวกิน ……

ปล..ขอมอบกำลังใจ แด่ผู้ที่กระทำตนให้สมเป็น "ข้าราชการ"

Jul. 7, 2015

นายศักดิ์ชาย  วงศ์กนิษฐ์ 
นายอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

ที่มา
       กรมการปกครอง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557  กำหนดให้ทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ฯ ระดับอำเภอเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริไปสู่ประชาชนในพื้นที่ และอำเภอได้ดำเนินงาน  “ตามรอยพ่อหลวง ปวงประชาเป็นสุข” โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต   มุ่งเน้นในกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ประกอบด้วย  กิจกรรมพัฒนาด้านการเกษตร   กิจกรรมส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่  และ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ

แนวคิด

    ๑ เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด คณะกรรมการบริหารอำเภอ (กบอ.) จึงได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาค้นหาหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน           1 หมู่บ้าน ในทุกตำบลของอำเภอสันป่าตอง (ยกเว้นตำบลมะขุนหวาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์เรียนรู้ฯ ระดับอำเภอ) ที่มีศักยภาพที่จะเป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพื่อเป็นที่ตั้งศูนย์กลางรวบรวมองค์ความรู้  เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน และเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการส่วนราชการในพื้นที่ระดับตำบล  ในแนวทางการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน ฯลฯ เมื่อพิจารณาได้หมู่บ้านแล้ว      จึงได้แจ้งให้ชุดปฏิบัติการประจำตำบล ร่วมลงพื้นที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน   ดังนั้น อำเภอ   สันป่าตอง จึงได้ตั้ง “ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระดับตำบล”รวม 10 แห่ง คือ   
1) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลยุหว่า  สถานที่ตั้ง  บ้านกิ่วแลหลวง หมูที่ 4 
2) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลน้ำบ่อลวง สถานที่ตั้ง  บ้านหนองไหว หมู่ที่ 6   
3) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลแม่ก๊า  สถานที่ตั้ง  บ้านแม่ข่องกลาง หมู่ที่ 9       
4) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลทุ่งต้อม  สถานที่ตั้ง  บ้านป่าลาน หมู่ที่ 2      
5) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลทุ่งสะโตก  สถานที่ตั้ง  บ้านป่าจี้ หมู่ที่ 1      
6) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลบ้านกลาง  สถานที่ตั้ง  บ้านต้นกอก หมู่ที่ 4    
7) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลท่าวังพร้าว สถานที่ตั้ง บ้านต้นแหนหลวง หมู่ที่ 1   
8) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลมะขามหลวง สถานที่ตั้ง บ้านมะขามหลวง หมู่ที่ 2  
9) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลบ้านแม  สถานที่ตั้ง  บ้านเปียง  หมูที่ 13           
10) ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลสันกลาง  สถานที่ตั้ง  บ้านแม่กุ้งบก  หมูที่ 2

    ๒. เพื่่อได้การบริหารงานศูนย์ได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม อำเภอสันป่าตอง จึงได้ดำเนินการแต่งตั้งวิทยากรศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำตำบลพร้อมผู้ช่วยเหลือวิทยากร  เพื่อดำเนินการบริหารศูนย์เรียนรู้  ดูแล ให้คำปรึกษา และจัดให้ให้มีองค์ประกอบ  เพื่อให้ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน ฯลฯ  ในศูนย์เรียนรู้ฯ ประจำตำบล  การอำนวยการกำหนดแนวทางการส่งเสริม ให้ความรู้  จัดฝึกอบรม การศึกษาดูงาน   การพัฒนา ปรับปรุง ศูนย์เรียนรู้ รวมถึงการประสานเชื่อมโยงเครือข่าย ระหว่างกันทั้งในระดับตำบลและอำเภอ รวมทั้งศูนย์การศึกษาพัฒนาฯ ศูนย์เรียนรู้หรือศูนย์อื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน    โดยมีปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบลเป็นหัวหน้าคณะวิทยากร                       ๓ มีแนวทางให้คณะวิทยากรศูนย์เรียนรู้ประจำตำบล ดำเนินการโดยทุกหน่วยงานจะต้องบูรณาการแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕7 นำมาสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ฯ และจะต้องมีการประสาน  เชื่อมโยงเครือข่าย การเรียนรู้ระหว่างกัน ทั้งในระดับตำบลและอำเภอ โดยวิทยากรของศูนย์เรียนรู้ประจำตำบลต้องเป็นตัวกลไกหลักในการขับเคลื่อน และพร้อมที่จะนำความรู้ที่สะสมนำมาขยายผลแก่เกษตรกรและผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดความรู้และสามารถพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน

กลยุทธ์การดำเนินงาน
        เพื่อทำให้ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำตำบล   สามารถเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ระดับตำบล นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์  นายอำเภอได้ใช้ยุทธศาสตร์พระราชทานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจ  เข้าถึง  พัฒนา” และหลักในการทำงาน "3 บ." คือ

1) บ. บุก  คือ การทำงานเชิงรุก
2) บ. บูรณาการ  คือการลดความซ้ำซ้อนของการปฏิบัติงานของส่วนราชการในอำเภอทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มาทำงานประสานกัน ทั้งด้านบุคลากร การบริหารจัดการ  วัสดุอุปกรณ์ในการทำงานและเงินงบประมาณ  ทั้งนี้ นายอำเภอจะต้องมีความสามารถในการโน้มน้าว หรือ จูงใจทุกภาคีให้เกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำ และจะต้องบริหารงานเป็นทีมโดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ และร่วมประเมินผล
3) บ. บวก  คือ  การคิดเชิงบวก ส่งผลให้เกิดการมองโลกในแง่ดี ทำให้มีพลังให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และพลังขับเคลื่อนเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี

ลการปฏิบัติ  
       อำเภอสันป่าตอง ได้ทำการมอบป้าย “ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระดับตำบล”รวม 10 แห่ง ในวันมหามงคล วันเฉลิมพระชนม์พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม  2557  เพื่อเป็นการเปิดศูนย์เรียนรู้ฯประจำตำบลทุกแห่ง อย่างเป็นทางการ และประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนรับทราบและร่วมส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ 

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ จากการตั้ง“ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำตำบล”
        ๑ เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ   ในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ รวมทั้งเป็นการสร้างความภูมิใจ ความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
       ๒ ทำให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีคิด วิธีทรงงาน แนวทางการดำเนินงานตามโครงการช่วยเหลือราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำเป็นแนวทางปฏิบัติและดำเนินชีวิตที่เหมาะสม
      ๓ ทำให้ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำตำบล เป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้และเครือข่ายในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของเกษตรกรและสมาชิกจากที่ต่างๆ ที่ผ่านการฝึกอบรม
      ๔ เป็นตัวแบบให้แก่ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้นำไปปรับใช้ในการขับเคลื่อนขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างยั่งยืนในพื้นที่อื่นภายในอำเภอ

 ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ปัญหาที่ประสบเป็นประจำ  คือ  ความต่อเนื่องของการฝึกอบรมในศูนย์เรียนรู้ฯ  ที่จำเป็นจะต้องมีการฝึกอบรมที่ก้าวหน้า การพัฒนาองค์ความรู้และการติดตามผล ซึ่งหากมีการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่องจากองค์กรภาครัฐวิสาหกิจ อาทิ ธนาคารเกษตรและสหกรณ์   และการสร้างภูมิความรู้ให้กับเกษตรกรในตำบล หมู่บ้าน ให้ร่วมกันพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ ให้ยั่งยืนต่อไป

 เหตุผลในการถ่ายทอดประสบการณ์สำคัญ
             จากการตั้งศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำตำบล คือ การดำเนินกิจกรรม “ตามรอยพ่อหลวง ปวงประชาเป็นสุข”  โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการ  อันเนื่องมาจากพระราชดำริไปเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต โดยขยายผลการเรียนรู้ของชุมชน จากร่วมมือของผู้นำท้องที่  ผู้นำท้องถิ่น และคณะกรรมการหมู่บ้านสนองตอบจะดำเนินการตามนโยบาย รวมทั้งการบูรณาการส่วนราชการต่างๆ และ จูงใจทุกภาคีให้เกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำ และจะต้องบริหารงานเป็นทีมโดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ จนสามารถทำให้เกิดศูนย์เรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ